กระบวนการยุติธรรมกำลังติดตาม

"พ่อทิพย์": ขบวนการซื้อสัญชาติไทยให้ลูกคนจีน

อัปเดตล่าสุด 15 ส.ค. 2026


ภาพรวม

ปฏิบัติการ "ถอดเกล็ดมังกร" ทลายขบวนการข้ามชาติที่จ้างชายไทยมาเป็น "พ่อทิพย์" จดทะเบียนรับรองบุตรเด็กจีนที่เกิดในไทยปลอม เพื่อให้เด็กได้สัญชาติไทยโดยมิชอบ ขยายผลมาจากคดีแก๊งสแกมเมอร์จีนฟอกเงิน 70,000 ล้านบาท เปิดโปงขบวนการที่มีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่ รพ.เอกชนร่วมขบวนการ กรณีที่ยืนยันแล้วมีหลักร้อยคน แต่กรณีที่เข้าข่ายความเสี่ยงขยายเป็นหลักพันคนในหลายโรงพยาบาล โดยหน่วยงานรัฐเน้นว่าตัวเลขที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบยืนยัน

1 มิ.ย. 2023

จุดเริ่มต้น: ไล่ล่าแก๊งสแกมเมอร์ สู่การแจ้งเกิดผิดปกติ

จุดเริ่มต้นของคดีเกิดจากการไล่ล่าจับกุมแก๊งสแกมเมอร์จีน โดยเริ่มจากเบาะแสเล็กๆ ของเหยื่อที่ถูกหลอกเงินหลักพันบาท ก่อนจะขยายผลมาเจอสถิติการณ์การแจ้งเกิดของเด็กที่มีแม่เป็นชาวจีนและพ่อเป็นคนไทยสูงผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งสูงถึง 164 คน

แหล่งที่มา

1thairath.co.th
29 เม.ย. 2026

ปฏิบัติการนำร่อง "ย้อนเกล็ดมังกร" จับ 6 คน เพิกถอนสัญชาติ 5 คน

กรมการปกครองร่วมกับตำรวจเปิดปฏิบัติการนำร่อง "ย้อนเกล็ดมังกร" จับกุมตามหมายจับ 6 คน (ชาวจีน 2, ชายไทยรับจ้างจดทะเบียน 3, เจ้าหน้าที่เขต 1) เพิกถอนสัญชาติเด็กที่เกิดโดยมิชอบไปแล้ว 5 คน เป็นปฏิบัติการนำร่องก่อนจะขยายผลเป็นปฏิบัติการใหญ่ในเดือนกรกฎาคม

แหล่งที่มา

1thairath.co.th2today.line.me
7 ก.ค. 2026

ผล DNA ยืนยัน 20 กรณี ศาลออกหมายจับ 40 หมาย

หลังจากตรวจสอบเวชระเบียนโรงพยาบาลและตรวจ DNA ยืนยันชัดเจนว่าบิดาคนไทยไม่ใช่พ่อแท้จริงอย่างน้อย 20 กรณี คณะทำงาน DOPA N.I.C.E. จึงขอออกหมายจับต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง รวม 40 คน และหมายค้น 53 หมาย (แบ่งเป็นค้นเพื่อตรวจ DNA 33 หมาย และค้นเพื่อจับกุม 20 หมาย)

แหล่งที่มา

1thairath.co.th2thairath.co.th
9 ก.ค. 2026

เปิดปฏิบัติการใหญ่ พบพ่อทิพย์เชื่อมโยงคดีนอมินีอีกคดี

ตำรวจเปิดปฏิบัติการใหญ่ "ถอดเกล็ดมังกร" จับกุมเจ้าหน้าที่เวชระเบียน รพ.เอกชน (สุนีย์) และนายทะเบียนสำนักงานเขตธนบุรี (ศิริพร) ซึ่งเป็นนายทะเบียนผู้รับแจ้งเกิดให้คู่ซี่สองนี้สูงถึง 62 คู่ ที่น่าตกใจคือพบว่าหนึ่งในพ่อทิพย์ที่ถูกจับ เป็นผู้ต้องหาคดีนอมินีบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 อีกด้วย วันถัดมากระทรวงมหาดไทยและตำรวจแถลงร่วม ระบุว่าเป็นภัยความมั่นคงร้ายแรง เนื่องจากหวังใช้สัญชาติไทยของบุตรถือครองทรัพย์/อสังหาริมทรัพย์และฟอกเงินระดับหมื่นล้าน

12 ก.ค. 2026

สถานทูตจีนออกแถลงการณ์ต่อคดีพ่อทิพย์

สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ ระบุว่ารัฐบาลจีนกำชับพลเมืองจีนในต่างประเทศให้ปฏิบัติตามกฎหมายมาโดยตลอด พร้อมเคารพการบังคับใช้กฎหมายของไทย แต่เรียกร้องให้ไทยคุ้มครองสิทธิของพลเมืองจีนโดยเฉพาะผู้เยาว์ในกระบวนการสอบสวน สถานทูตปฏิเสธแสดงความเห็นในรายละเอียดคดี ระบุพร้อมส่งเสริมความร่วมมือกับฝ่ายไทยต่อไป

แหล่งที่มา

1thairath.co.th
13 ก.ค. 2026

จับครบ 32 คน ขยายผล 5 รพ. คาดเด็กเกี่ยวข้องถึง 500 คน

จากหมายจับ 35 หมาย ตำรวจจับกุมตัวได้แล้ว 32 คน เหลือ 3 คนที่ยังหลบหนี หนึ่งในนั้นเดินทางออกนอกประเทศแล้ว ขณะเดียวกันการขยายผลพบการเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเพิ่มอีก 5 แห่ง คาดว่าอาจมีเด็กที่ถูกแจ้งเกิดเท็จเกี่ยวข้องมากถึง 500 คน

แหล่งที่มา

1thaipbs.or.th2naewna.com
14 ก.ค. 2026

ผู้ว่า กทม. สั่งตรวจสอบสูติบัตรย้อนหลังทั่ว 50 เขต

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสั่งการให้ผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขตตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง กรณีมารดาเป็นชาวต่างชาติและบิดาเป็นคนไทยที่มาแจ้งเกิดบุตร โดยเฉพาะเด็กที่เกิดในโรงพยาบาลเอกชน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 จนถึงปัจจุบัน กำชับให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับขบวนการปลอมแปลงเอกสาร

แหล่งที่มา

1thestandard.co
23 ก.ค. 2026

กทม. พบ 24 กรณีชัดเจน เตรียมเพิกถอนสัญชาติ ตรวจย้อนหลัง 1,400 ราย

ชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการ กทม. ร่วมกับกรมการปกครองแถลงพบ 24 กรณีที่มีหลักฐานชัดเจน เตรียมเพิกถอนสูติบัตรและสัญชาติ เตรียมสอบเพิ่มอีก 8 เขต พร้อมกำหนดมาตรการใหม่ตรวจสอบเข้มงวดการรับแจ้งเกิด ขณะเดียวกันประกาศเตรียมตรวจสอบสูติบัตรที่ออกให้ชาวต่างชาติย้อนหลัง 10 ปี พบมากถึง 1,400 ราย ชัชชาติเผยให้ออกเจ้าหน้าที่ กทม. แล้ว 1 รายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้

แหล่งที่มา

1thaipbs.or.th2khaosod.co.th3thairath.co.th
25 ก.ค. 2026

จับเพิ่ม 4 คน ผล DNA ยืนยันเป็นพ่อทิพย์อีกรอบ

ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 4 คน (ชาวจีน 2 คน สองสามีภรรยา, ชายไทยที่ถูกกล่าวหาเป็นพ่อทิพย์ 2 คน) ผลตรวจ DNA ยืนยันว่าไม่ใช่พ่อโดยสายเลือด ศาลอาญาสั่งฝากขัง พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวทุกคน

แหล่งที่มา

1dailynews.co.th
9 ส.ค. 2026

กกร. จี้รัฐกวาดล้างขบวนการสวมสิทธิ์-พ่อทิพย์ หวั่นกระทบความมั่นคงเศรษฐกิจ

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อขบวนการสวมสิทธิ์สัญชาติไทยผ่าน "พ่อทิพย์" ระบุพบรูปแบบการทุจริตอย่างน้อย 9 ลักษณะ เสนอ 7 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ ทบทวนการรับรองบุตรย้อนหลัง เชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ตรวจ DNA เป็นมาตรฐาน ดำเนินคดีทั้งเครือข่าย ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง วางระบบวิเคราะห์ความเสี่ยง และเปิดช่องทางแจ้งเบาะแส พร้อมเตือนว่าหากปล่อยไว้จะกระทบความน่าเชื่อถือของระบบ ความมั่นคงของชาติ การทำธุรกรรมทรัพย์สิน และการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรม

แหล่งที่มา

1thaipbs.or.th
13 ส.ค. 2026

กมธ.กฎหมายพบ 8 รพ. ใน กทม. เสี่ยงเข้าข่าย 1,000-1,500 เคส เสนอตรวจย้อนหลัง 30 ปี

คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ประชุมพิจารณาคดีพ่อทิพย์ พบว่าในโรงพยาบาลเอกชน 8 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ มีกรณีที่เข้าข่ายความเสี่ยงประมาณ 1,000-1,500 คน ซึ่งบิดามารดาที่แท้จริงเป็นชาวต่างชาติ แต่ใช้บุคคลอื่นแสดงตัวเป็นบิดาเพื่อขอสัญชาติไทยให้บุตร กมธ. เสนอให้การตรวจสอบย้อนหลังอาจต้องขยายไปถึง 30 ปี ใช้ทั้งวิธีเชิงปริมาณและคุณภาพ ขยายผลถึงผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาล ตรวจสอบเส้นทางการเงินและพิจารณามาตรการยึดทรัพย์ พร้อมย้ำว่าต้องแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการประชาสัมพันธ์

แหล่งที่มา

1thaipbs.or.th
15 ส.ค. 2026

กรมการปกครองแจงตัวเลข 1,000-1,500 ราย ยังไม่ใช่ผู้ทุจริตทั้งหมด

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ออกมาชี้แจงว่าตัวเลข 1,000-1,500 รายที่ปรากฏในข่าวเป็นกลุ่มที่เข้าข่ายความเสี่ยงและต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดได้รับสัญชาติไทยโดยทุจริต พร้อมระบุว่าตัวเลขที่มีการคาดการณ์ว่าอาจสูงถึง 10,000 รายทั่วประเทศยังไม่ใช่ผลตรวจสอบยืนยันอย่างเป็นทางการ ต้องรอการตรวจสอบอย่างรอบคอบก่อนสรุปจำนวนที่แท้จริง

แหล่งที่มา

1dailynews.co.th
สถานะล่าสุด · 15 ส.ค. 2026

สถานะล่าสุด

กรมการปกครองชี้แจงเมื่อ 15 ส.ค. 2569 ว่าตัวเลข 1,000-1,500 รายที่ กมธ.กฎหมายพบใน รพ. 8 แห่งเป็นเพียงกลุ่มเข้าข่ายความเสี่ยงที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ไม่ใช่ผู้ทุจริตทั้งหมด ส่วนตัวเลขคาดการณ์ทั่วประเทศสูงถึง 10,000 รายยังไม่ได้รับการยืนยัน ก่อนหน้านี้ กกร. ออกแถลงการณ์เตือนผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเสนอ 7 มาตรการเร่งด่วน ขณะที่ กทม. ขยายการตรวจสอบย้อนหลังถึงปี 2560 ครอบคลุมทั้ง 50 เขต ยังมีผู้ต้องหาบางส่วนหลบหนีอยู่ต่างประเทศ